This is default featured slide 1 title

You can completely customize the featured slides from the theme theme options page. You can also easily hide the slider from certain part of your site like: categories, tags, archives etc. More »

This is default featured slide 2 title

You can completely customize the featured slides from the theme theme options page. You can also easily hide the slider from certain part of your site like: categories, tags, archives etc. More »

This is default featured slide 3 title

You can completely customize the featured slides from the theme theme options page. You can also easily hide the slider from certain part of your site like: categories, tags, archives etc. More »

This is default featured slide 4 title

You can completely customize the featured slides from the theme theme options page. You can also easily hide the slider from certain part of your site like: categories, tags, archives etc. More »

This is default featured slide 5 title

You can completely customize the featured slides from the theme theme options page. You can also easily hide the slider from certain part of your site like: categories, tags, archives etc. More »

 

10 วิธีเลือก Antivirus ให้คุ้ม!

แอนตี้ไวรัสในปัจจุบันดูจะกลายเป็นที่ควรมีติดเครื่องเอาไว้ เพราะในโลกที่เทคโนโลยีก้าวไปอย่างรวดเร็ว การป้องกันก็ต้องมีประสิทธิภาพตามไปด้วย

1. Test first: ลองใช้ดูก่อน

ก่อนที่จะเลือกใช้แอนตี้ไวรัสซักยี่ห้อ สิ่งที่ควรทำเป็นกันดับแรกๆเลยคือ การทดลองใช้ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสในปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ยินดีที่จะให้คุณโหลดมาทดลองใช้ก่อนฟรีๆ เพื่อพิสูจน์ความพึงพอใจ ดังนั้นจะมีวิธีไหนเห็นประสิทธิภาพดีเท่ากับการทดลองใช้ด้วยตัวเอง?  อย่างไรก็ตามก่อนและหนัง ลง โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแล้ว ก็ควรสังเกตว่าการใช้งานเป็นอย่างไร เพื่อเก็บไว้ประกอบการตัดสินใจ

2. Suitability: ใช้งานแบบไหน ก็เลือกป้องกันแบบนั้น

002

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าลักษณะการใช้งานของเราเป็นอย่างไร ลักษณะการใช้งานสามารถบ่งบอกถึงความเสี่ยงในการโดนไวรัสคอมพิวเตอร์ เช่น หากคุณเป็นคนชอบท่องอินเตอร์เน็ต เช็คเมลและโหลดไฟล์แนบที่ติดมากับอีเมล เครื่องของคุณก็เสี่ยงที่จะติดไวรัสอย่าง Trojan ส่วนเครื่องที่ใช้กันภายในระบบองค์กรที่พบบ่อยก็คือไวรัสจำพวก Worm ดังนั้นการเลือกแอนตี้ไวรัสก็ควรจะเป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับ ลักษณะการใช้งานของเรา

3. Boot time: ลงแล้ว เข้าหน้า Windows ช้า ก็ไม่ไหวนะ

003

การโหลดโปรแกรมแอนตี้ไวรัสมาใช้ สิ่งที่ควรสังเกตประการหนึ่งคือ เมื่อลงโปรแกรมแอนตี้ไวรัสนั้นๆแล้ว การบูทเข้าสู่หน้า windows นั้นใช้เวลามากน้อยเพียงใดหลังจากลงโปรแกรมแล้ว ซึ่งหากใช้เวลานานจนเกินไป ย่อมหมายถึงความผิดปกติ ที่อาจจะตีความได้หลายอย่างตั้งแต่ เวอร์ชั่นของแอนตี้ไวรัสที่ใช้ไม่เหมาะกับระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงความไม่สมบูรณ์ของตัวโปรแกรมเอง ดังนั้นการทดลองใช้ก่อนตามข้อที่ 1 จึงเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ

4. Engine: ฟังก์ชั่นเยอะ ใช่ว่าดี

004

นอกจากจะเลือกตัวแอนตี้ไวรัสให้เหมาะกับการลักษณะการใช้งานของเราแล้ว การดูที่ Engine ของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสก็มีส่วนสำคัญ engine คือระบบการทำงานของโปรแกรมนั้นๆ ซึ่งการที่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวนั้นมี engine เยอะ หรือฟังก์ชั่นเยอะ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป เพราะ Engine ของแต่ละโปรแกรมใช้ได้กับบางโปรแกรมเท่านั้น หากใช้ไม่ได้หรือไม่เสถียรผลคือ สแกนช้าและเปลืองแรม

5. Virus type: Anti ตัวไหน กำจัดอะไร

005

สิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนเลือกใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสคือ โปรแกรมตัวนั้นใช้กำจัดไวรัสประเภทใดได้บ้าง? เพราะในปัจจุบันบางโปรแกรมอาจมีประสิทธิภาพในการกำจัดไวรัสเป็นชนิดๆไป เช่น ใช้กำจัดไวรัสจำพวก Malware โดยเฉพาะ แต่ถ้าเป็น Spyware กลับหาไม่เจอ กลายเป็นว่ารอดจากพวก Malware มาโดน Spyware แทนซะอย่างนั้น

6. Installation: ติดตั้งลงเครื่อง

หลังจากติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแล้ว ควรตรวจดูด้วยว่าขนาดของไฟล์ที่ใช้ในฮาร์ดดิสก์นั้น มีขนาดเท่าไหร่ หากใช้เยอะมากไปถือว่าไม่ดีเท่าไหร่ เพราะจะเป็นการเปลืองทรัพยากรในระบบคอมพิวเตอร์มากเกินจำเป็น เมื่อทำการสแกน หรือเปิดโปรแกรมใช้งาน

7. Scan: สแกนซ้ำไป-มา เสียเวลาเปล่าๆ

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสบางโปรแกรม เมื่อติดตั้งเสร็จจะมีการทำ full scan ในครั้งแรก ซึ่งเมื่อทำการ Full scan ไปแล้วโปรแกรมบางตัวจะมีฟังก์ชั่นให้ skip (ข้าม) การสแกนไฟล์ที่ผ่านการสแกนไปแล้วและไม่ได้ถูก Modify (คือไฟล์ที่ปลอดไวรัส)ได้ ซึ่งจะเป็นการย่นระยะเวลาในการสแกนครั้งต่อไป แถมยังประหยักแรมไปด้วยในตัว

8. Result: รายงานละเอียดมาก ก็รู้ที่มาเร็ว

008

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแต่ละโปรแกรม จะมีรูปแบบหรือลักษณะการรายงานผลการสแกนไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราจึงความเลือกโปรแกรมที่มีการแสดงผลการสแกนที่ละเอียดหน่อย เพราะยิ่งละเอียด เราก็สามารถรู้ได้เร็วว่าไวรัสที่มีอยู่ในเครื่องเรามาจากไหน ติดมากับไฟล์อะไร ช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะถูกไวรัสในอนาคตได้

9. Update: การอัพเดตบ่อย ก็รู้จักไวรัสเยอะ

009

ควรเลือกโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่มีการอัพเดตปรับปรุงตัวโปรแกรมอย่างสม่ำ เสมอ เพราะนั้นหมายถึงการอัพเดตให้ตัวโปรแกรมรู้จักไวรัสตัวใหม่ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ยิ่งมีการอัพเดตเรื่อยๆ บ่อยๆยิ่งดี ตัวโปรแกรมจะได้ป้องกันไวรัสตัวใหม่ๆได้ทันที

10. Diversity: อุปกรณ์ไหนก็ป้องกันได้

010

ปัจจุบันบริษัทที่ผลิตโปรแกรมแอนตี้ไวรัสหลายบริษัทได้เริ่มที่จะปล่อย ผลิตภัณฑ์ที่ไว้ใช้บนอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากคอมพิวเตอร์กันบ้างแล้ว ซึ่งถ้าหากคุณเป็นคนที่ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 1 อุปกรณ์ การเลือกโปรแกรมแอนตี้ไวรัสของบริษัทที่ผลิตแอนตี้ไวรัสบนอุปกรณ์ที่หลาก หลายก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าไม่น้อย เพราะนอกจากคุณอาจจะได้โปรโมชั่นพิเศษที่มาแบบเป็นเพ็กเกจแล้ว คุณยังจะใช้งานแอนตี้ไวรัสได้ง่าย เพราะคุ้นเคยกับหน้าตาของโปรแกรมไม่ว่าจะใช้บนอุปกรณ์ตัวไหน

Reference by: Chaya , 

รีวิว – ตรวจสอบพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ด้วยโปรแกรม Disk Savvy

ตรวจสอบพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ด้วยโปรแกรม Disk Savvy

โปรแกรม DiskSavvy เป็น โปรแกรมที่จะช่วยวิเคราะห์พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ให้กับคอมพิวเตอร์ของเรา สามารถเลือกตรวจสอบไดรฟ์ในฮาร์ดดิสก์ หรืออุปกร์ NAS ก็ได้เช่นกัน
โดยจะวิเคราะห์ออกมาว่าไดรฟ์ไหนที่กิจพื้นที่มากที่สุด มีจำนวนไฟล์เท่าไร รวมถึงบอกขนาด และยังสามารถตรวจสอบได้ว่าในแต่ละไดรฟ์มีโฟลเดอร์อะไรบ้าง ใช้พื้นที่ไปทั้งหมดกี่เปอร์เซ็น ทั้งนี้ยังสามารถแยกประเภทของข้อมูลที่เราอยากจะชมออกเป็นหมวดหมู่เพื่อความ สะดวกในการดูข้อมูลนั่นเอง พร้อมกับเลือกได้ว่าจะส่งข้อมูลออกไปทางไฟล์ HTML, PDF, XML, TEXT, SQL Database หรือเป็นแบบ Excel ได้ด้วย

2014-06-25_161713

นอกจากนี้ยังสามารถที่เลือกแสดงในรูปแบบของกราฟได้อีกด้วย  โดยเลือกได้ทั้งที่เป็นแผนภูมิแบบวงกลม หรือแบบแท่ง และยังสามารถแบ่งพื้นที่ในการชมไม่ว่าจะเป็นการแบ่งตามไดเรกทอรี่ แยกตามหมวดหมู่ จำนวนไฟล์ต่อไดเรกทอรี่ และจำนวนไฟล์ต่อหมวดหมู่ได้อีกด้วย

2014-06-25_161821

2014-06-25_161959

โดยโปรแกรม Disk Savvy เป็นโปรแกรมที่ทางผู้พัฒนาได้เปิดให้ใช้งานกันแบบฟรีๆ

Apple ประกาศข่าว Audi และอีก 8 ค่ายรถตกลงเสริมแนวร่วม CarPlay

CarPlay

ศึกระหว่าง iOS และ Android ในสมรภูมิใหม่อย่างระบบอำนวยความสะดวกและความบันเทิงภายในรถยนต์เริ่มเข้ม ข้นขึ้นเรื่อยๆ

ต่างฝ่ายต่างหาแนวร่วมผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ตลอดจนค่ายรถยนต์มาเป็น พันธมิตรสร้างแพลตฟอร์มของตนเองให้เข้มแข็ง และการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดเป็นทางฝั่ง Apple ที่ประกาศข่าวว่ามีบริษัทผลิตรถยนต์อีก 9 ยี่ห้อที่ตกลงร่วมแผนงาน CarPlay ของ Apple แล้ว นำโดยค่ายรถดังอย่าง Audi, Chrysler และ Dodge

3 บริษัทรถข้างต้นพร้อมด้วยบริษัทอื่นๆ อีก 6 แห่งซึ่งได้แก่ Abarth, Alfa Romeo, Fiat, Jeep, Mazda และ Ram จะเริ่มผลิตรถที่มีระบบ CarPlay ออกขายภายในปีนี้ (บางบริษัทอาจเริ่มเป็นอย่างช้าปีหน้า) แต่ทั้งนี้ใช่ว่ารถทุกรุ่นของทั้ง 9 บริษัทจะใช้งาน CarPlay ได้ แต่ก็เชื่อว่ารถรุ่นสูงๆ ของแต่ละค่ายน่าจะมีระบบนี้ติดมาด้วยทั้งนั้น

อีกไม่นานบริษัทรถแต่ละรายคงจะเริ่มประชาสัมพันธ์ข้อมูลรถของตนเองว่ามี รุ่นไหนบ้างที่จะรองรับการใช้งาน CarPlay ส่วนเรื่องที่ว่าบ้านเราจะมีรถพวกนี้เข้ามาทำตลาดบ้างหรือไม่คงต้องรอลุ้น กันต่อไป

ที่มา – VentureBeat  Blognone

แอพ Photos ใหม่ของ OS X จะมีคุณสมบัติที่ผู้ใช้ระดับ “โปร” ให้ใช้กัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แอปเปิลประกาศเลิกพัฒนาแอพปรับแต่งรูปภาพ Aperture

ซึ่งเป็นแอพระดับ “โปร” ของตัวเองต่อไป โดยแอพที่จะมาแทนที่ก็คือ Photos ซึ่งจะมาพร้อมกับ OS X เวอร์ชันต่อไปอยู่แล้ว ล่าสุดตัวแทนของแอปเปิลได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ว่าแอพ Photos จะมาพร้อมกับคุณสมบัติระดับ “โปร” เช่นเดียวกับ Aperture ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่า iPhoto เดิม

จากในภาพประกอบ Photos จะสามารถปรับแสง (Exposure, Highlights, Shadows, Brightness, Contrast, Blacks), สี (Saturation, Contrast, Cast), ขาว-ดำ (Hue Strength, Neutral Boost, Photo Tone, Grain), ความคมของภาพ, Vignette, White Balance และดู Levels ได้ และจะรองรับ Extension เพิ่มเติมจากนักพัฒนาอีกด้วย

ผู้ใช้ Aperture และ iPhoto เดิมจะสามารถโอนภาพเข้าสู่แอพ Photos ได้ โดยแอพนี้จะปล่อยออกมาเป็นอัพเดตให้กับ OS X ต้นปีหน้า

ที่มา – MacRumors Blognone 

newphotos

Automotive Grade Linux ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับ Connected Car

ปีนี้เราเห็นแพลตฟอร์มสำหรับ connected car ออกสู่ตลาดกันเยอะมาก

ทั้ง Apple CarPlay, Android Auto, QNX Car, Windows in the Car รวมถึงแพลตฟอร์มเฉพาะค่ายอย่าง Ford Sync หรือ Toyota Entune ที่ออกมาได้สักระยะแล้ว

ฝั่งโลกโอเพนซอร์สเองที่ซุ่มทำเรื่องนี้มานาน ภายใต้การนำของ Linux Foundation ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Automotive Grade Linux (AGL) รุ่นแรกกับเขาบ้าง

ตามคำนิยามแล้ว AGL เป็น “ชุดของซอฟต์แวร์” (software stack) ที่ประกอบด้วยระบบปฏิบัติการพื้นฐาน (Tizen IVI) และส่วนติดต่อผู้ใช้-แอพที่สร้างด้วย HTML5/JavaScript และเรนเดอร์ด้วยเว็บรันไทม์ชื่อ Crosswalk (พัฒนาต่อจาก Chrome/Blink)

แอพที่มาพร้อมกับ AGL ชุดแรกมีดังนี้

  • Home Screen
  • Dashboard
  • Google Maps
  • HVAC
  • Media Playback
  • News Reader (AppCarousel)
  • Audio Controls
  • Bluetooth Phone
  • Smart Device Link Integration

ฮาร์ดแวร์กลุ่มแรกที่ใช้ AGL ได้คือ Intel NUC, Nexcom NDIS 166, Nexcom VTC 1010 ทั้งสามตัวใช้ซีพียูของอินเทล (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะอินเทลเป็นหนึ่งในแกนหลักที่พัฒนา Tizen นั่นเอง)

ภาพหน้าจอของ AGL ดูได้จาก Flickr ครับ (ต้องกดตามลิงก์กันเองเพราะเจ้าของภาพตั้งไม่ให้ embed)

ที่มา – AGL Wiki, Linux Foundation Blognone 

iPhone 6 ที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริง ตัวจริงจะแตกต่างกว่านี้ !!

หลายท่านที่ติดตามข่าวสารในเว็บไซต์ arip คงได้เห็นภาพหลุด iPhone 6 กันจนเบื่อ แต่เหตุการณ์ได้กลับตาลปัตรเมื่อ Nikkei สื่อสิ่งพิมพ์ของญี่ปุ่นอ้างว่า ภาพ iPhone 6 ที่ท่านเห็นๆกันน่ะ “ไม่ใช่ของจริง” ของจริงตอนเปิดตัวจะเป็นอีกดีไซน์

iphone-6-fake

Nikkei อ้างว่า iPhone 6 ที่ถูกโพสต์บนโลกออนไลน์กันแบบวันต่อวันเป็นเพียงเครื่องจำลอง เนื่องจากวัสดุที่ใช้จัดว่าเป็นประเภทคุณภาพต่ำ ซึ่งดีไซน์อาจมีความคล้ายคลึงกันแต่จะมีขนาดที่บางกว่า และดีไซน์ขั้นสุดท้ายจะแตกต่างจากภาพที่เห็น ขณะเดียวกันอีกความแตกต่างจะอยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่มีความโค้ง ประกอบกับโลโก้ Apple อาจเพิ่มคุณสมบัติการเรืองแสงได้

นอกจากนี้เส้นแท็บคาดด้านหลังของ iPhone 6 จะไม่ปรากฎในตัวเครื่องจริง ซึ่งเส้นที่เห็นเป็นเพียงการกำหนดจุดสำหรับทดสอบสัญญาณมือถือนั่นเอง

ทั้งนี้ในความเห็นส่วนตัวมองว่ารายงานข่าวจากสื่อในญี่ปุ่นค่อนข้างน่า เชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ของApple เนื่องจากความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่าง Apple กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่น ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของiPhone ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เป็น iOS เหนือกว่า Android แบบไม่เห็นฝุ่น ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลต่างๆ ของ iPhone รุ่นใหม่จะทะยอยมาถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่นเป็นลำดับต้นๆ

แถมท้ายด้วยเหตุการณ์สำคัญของ Apple ในการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ จะมีขึ้นในวันที่ 9 กันยายนนี้ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ที่มา The Mirror  Arip.co.th

Sky Tran รถไฟลอยฟ้าจาก NASA

ถ้าพูดถึงรถไฟลอยฟ้า ในบ้านเราคงนึกถึงรถไฟฟ้าอย่าง BTS

แต่รถไฟลอยฟ้าในอิสราเอลที่เราจะพาไปชมกันนี่คือรถไฟที่จะทำให้คนนั่งรู้สึก เหมือนกำลังลอยอยู่บนฟ้าจริงๆ จะมีหน้าตายังไงตามมาดูกันเลย

ze5b11owiiqxo9vonxrj

รถไฟลอยฟ้านี่ใช้ระบบเครื่องยนต์ที่เรียกว่า Maglev ขับเคลื่อนไปตามรางที่ที่สูงจากพื้นดิน 20 ฟุต และสามารถบังคับผ่านสมาร์ทโฟนได้

bcy3kp1nexegqv3cbvbc

uqrfch9pl30kfrqlmnp9

Sky Tran สามารถโดยสารได้ทีละสองคน ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 40 ไมล์/ชม หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะเปิดให้ทดลองใช้ได้ภายในปี 2015 ที่เมืองเทลอาวิฟ ประเทศอิสราเอล

yukxkthdc6bwqduuerwp

y3gsccaoyqtz3pl7jxsb

Reference by: Chaya , 

ครบรอบ 35 ปี “Sony Walkman” อุปกรณ์เล่นเพลงพกพาระดับตำนาน

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน อุปกรณ์เล่นเพลงประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดคงจะหนีไม่พ้น Sony Walkman” อุปกรณ์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวไกลทำให้ Sony Walkman ค่อยๆเลือนหายไปจากตลาด จนกระทั่งยุติบทบาทไปในที่สุด

sony-walkman-history-2

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2014 เป็นวันครบรอบ 35 ปีของอุปกรณ์เล่นเพลงพกพายอดนิยม “Sony Walkman” ถือกำเนิดครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1979 จากการร่วมก่อตั้งของ มาซารุ อิบุกะ และออกแบบโดย โนริโอะ โอกะ ที่จับเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตทั่วไปมาพัฒนาเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตแบบส่วน บุคคลประเภทพกพา ซึ่ง Sony Walkman รุ่นแรกเปิดตัวในชื่อ TPS-L2 ก่อนจะพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นเครื่องเล่นซีดี, มินิดิสก์ และ MP3 ในเวลาต่อไป ซึ่งความนิยมสูงสุดของ Sony Walkman เคยจำหน่ายได้มากถึง 200 ล้านเครื่อง

นอกจากแบรนด์ Walkman ที่หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นชื่อกันดีแล้ว ยังอาจเคยได้ยินในชื่อ Soundabout มาบ้าง ซึ่งเป็นชื่อที่ Sony ตั้งใจบุกตลาดในสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเลือกใช้ชื่อ Walkman อย่างเป็นทางการจนได้รับความนิยมไปทั่วโลก

sony-walkman-history-3

แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะ Sony Walkman โดนคู่แข่งในตลาดเครื่องเล่นเพลงอย่าง iPod เข้ามาสร้างกระแสจนสามารถเรียกความฮอตฮิตแทน Sony Walkman ได้ จนในที่สุดต้องเลิกผลิตไปเมื่อปี 2013

ที่มา The Verge

Apple ซุ่มเงียบปล่อยอัพเดต Apple Maps ทุกวัน

นับตั้งแต่ iOS 6 ถือกำเนิดขึ้น พร้อมกับ Apple Maps ระบบแผนที่นำทางที่อวดอ้างสรรพคุณว่าดีกว่า Google Maps

แต่สุดท้ายแล้วคำวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ใช้เป็นไปในแง่ลบมากกว่า และให้ความเห็นว่า Apple Maps เป็นแอพที่จัดเข้าขั้นว่า “แย่” ส่งผลให้ Tim Cook ซีอีโอของบริษัทจำต้องออกมาขอโทษลูกค้าและคืนพื้นที่การนำทางให้กับ Google Maps อีกครั้ง ไม่เพียงแค่นั้น Scott Forstall ผู้อยู่เบื้องหลังต้องกระเด็นตกเก้าอี้ไปในที่สุด

 apple-maps-update-2

อย่างไรก็ดี Apple ยังคงเดินหน้าพัฒนา Apple Maps อย่างต่อเนื่องเพื่อกลบคำวิจารณ์ในแง่ลบต่างๆ ซึ่งแม้ iOS 8 จะเปิดตัวไปเรียบร้อย ก็ยังไม่มีการพูดถึงระบบแผนที่นำทางของพวกเขาเองแต่อย่างใด แต่ล่าสุดผู้ใช้งานเว็บไซต์ Reddit รายหนึ่งได้โพสต์ข้อความที่อ้างว่าพบการอัพเดต Apple Maps เกิดขึ้นทุกวัน และจะเกิดขึ้นในเวลา 03.00 am EDT ตามเวลาท้องถิ่นของย่าน Cupertino

การอัพเดตดังกล่าวเขากล่าวว่าเป็นการปรับปรุงแก้ไขหลายสถานที่บน Apple Maps ซึ่งในการอัพเดตหนล่าสุดเป็นการปรับปรุงพื้นที่เขาอยู่อาศัยในปัจจุบัน

ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีการออกมาให้ข้อมูลจาก Apple แต่อย่างใด ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า Apple ยังหมายมั่นปั่นมือให้ Apple Maps กลับมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ในเร็ววัน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องง้อ Google Maps อีกต่อไป

ที่มา Phonearena